เรื่องมีอยู่ว่า.. ผมเดินเล่นใน Google Street View บนเกาะจินเหมินจนไปเจอกับวงเวียนที่น่าสนใจเข้าครับ วงเวียนนี้ชื่อว่าปาต๋าหลัวจื่อ (八達樓子) ตรงกลางมีอนุสรณ์สถานที่สร้างเป็นหอคอยป้อมปราการ พร้อมทหารอีก 7 นายประจำการอยู่

แน่นอนว่าหอคอยแห่งนี้มีที่มาของมัน…

ในปี 1933 ก่อนเกิดเหตุการณ์สะพานมาร์โคโปโล 4 ปี ในตอนนั้นญี่ปุ่นก็เริ่มแผนการสร้างจักรวรรดิของตนเองแล้ว ด้วยการบุกจีนเข้ามาทางแมนจูเรียและภาคเหนือ

ฝ่ายญี่ปุ่นนำโดยกองพลที่ 8 แห่งกองทัพคันโต เข้าปะทะกับกองกำลังจีนในทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่งโดยเฉพาะ กองพลที่ 25 ของจีนฝ่ายก๊กมินตั๋ง ได้รับมอบหมายให้ปักหลักตั้งรับ ณ ด่านกู่เป่ยโค่ว ซึ่งตั้งอยู่บนกำแพงเมืองจีน

อย่างไรก็ตามฝ่ายญี่ปุ่นมีศักยภาพการรบที่เหนือกว่าจีนมาก กองทัพญี่ปุ่นใช้ทั้งปืนใหญ่และเครื่องบินปูพรมทิ้งระเบิดถล่มแนวป้องกันของจีนจนเสียหายหนัก

จนในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1933 กองกำลังส่วนใหญ่ของจีนจำเป็นต้องถอนกำลังออกจากด่านกู่เป่ยโค่วลงไปตั้งรับทางใต้ ณ แนวป้องกันน่านเทียนเหมิน

ทว่าบนจุดยุทธศาสตร์ย่อยที่ชื่อว่า เขาม่อเอ๋อร์ซาน (帽兒山) ซึ่งเป็นยอดเขาสูงตระหง่านหน้าด่านกู่เป่ยโค่ว มีหมวดลาดตระเวนสังกัดกรมที่ 145 กองพลที่ 25 ประจำการอยู่เพียง 1 หมู่ปืนเล็ก จำนวน 7 นาย

สายโทรศัพท์สื่อสารของทหารทั้ง 7 นายถูกกระสุนปืนใหญ่ตัดขาด ทำให้พวกเขาไม่ได้รับคำสั่งถอนกำลัง และเมื่อเห็นกองทัพญี่ปุ่นส่งกำลังเคลื่อนผ่านหุบเขาด้านล่าง พวกเขาจึงตัดสินใจใช้ชัยภูมิความสูงต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อถ่วงเวลาและปกป้องการถอนกำลังของกองทัพหลัก

พวกเขามีเพียงปืนไรเฟิลลูกเลื่อนไม่กี่กระบอก ปืนกลเบา 1 กระบอก และระเบิดมือ แต่ก็อาศัยโขดหินสกัดกั้นการบุกของทหารญี่ปุ่นระลอกแล้วระลอกเล่า สังหารและถ่วงเวลากองกำลังญี่ปุ่นไปได้นับร้อยนายตลอด 1 วันเต็ม จนฝ่ายจีนสามารถล่าถอยได้สำเร็จ

เมื่อทหารญี่ปุ่นไม่สามารถบุกขึ้นยอดเขาได้ จึงสั่งให้เครื่องบินทิ้งระเบิด 5 ลำปูพรมถล่มยอดเขาม่อเอ๋อร์ซานจนแหลก แม้กระสุนจะหมดและบาดเจ็บหนัก ทหารที่รอดชีวิตยังคงใช้ก้อนหินและดาบปลายปืนเข้าแลก จนกระทั่งเสียชีวิตลงทั้งหมด

เมื่อทหารญี่ปุ่นบุกขึ้นไปบนยอดเขาม่อเอ๋อร์ซานได้สำเร็จ และพบว่ากำลังคนที่ยับยั้งการรุกคืบของพวกเขานับวันนั้นมีเพียงทหารจีนแค่ 7 นายเท่านั้น

ผู้บังคับบัญชาและทหารญี่ปุ่นต่างตกตะลึงความกล้าหาญ และความจงรักภักดีของทหารทั้ง 7 นาย จึงได้ทำการทำพิธีฝังศพให้อย่างสมเกียรติ และตั้งแผ่นหินป้ายสุสานสลักตัวหนังสือไว้ว่า “支那七勇士之墓” (สุสาน 7 ผู้กล้าแห่งชินะ) เพื่อเป็นการให้เกียรติ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1966 กองพลที่ 25 (ซึ่งได้รับฉายาว่า “กองทัพฉางเฉิง” หรือกองทัพกำแพงเมืองจีน) ได้ย้ายมาประจำการที่เกาะจินเหมิน เพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรมของสหายร่วมหน่วย จึงได้จำลองป้อมปราการกำแพงเมืองจีนขึ้นมา

หอยคอยด้านบนมี รูปปั้น 7 วีรบุรุษในท่วงท่าสู้รบอย่างสมจริง ตัวป้อมสี่เหลี่ยมประดับชื่อด่านสำคัญของกำแพงเมืองจีน 4 แห่ง ได้แก่ ด่านกู่เป่ยโค่ว, ด่านชานไห่กวน, ด่านสี่เฟิงโค่ว และด่านจิ่วเหมินโค่ว พร้อมป้ายคำขวัญปลุกใจ 4 ประการ ได้แก่ พร้อมป้ายคำขวัญปลุกใจ 4 ประการ ได้แก่

獨立作戰 (ต่อสู้โดยลำพัง)

自力更生 (พึ่งพาตนเอง)

堅持到底 (ยืนหยัดจนถึงที่สุด)

必勝必成 (ต้องได้รับชัยชนะ)

#TWCHistory #TWCTaiwan #TWCChina TWC_Salmon