“ประเพณีฉุดเจ้าสาว” ประเพณีโบราณนี้เคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรักและผูกพันในชนเผ่าขี่ม้าเร่ร่อนแถบดินแดนเอเชียกลาง และพื้นที่อื่นๆในอดีต รวมไปถึงในประเทศคีร์กีซสถาน..
ชาวคีร์กีซเรียกสิ่งนี้ว่า อาลา คาชู (Ala Kachuu) แปลตรงตัวคือ “การฉุดเจ้าสาว” หรือ “การลักพาตัวเจ้าสาว” ว่ากันว่าในอดีต เมื่อชายหนุ่มพบหญิงสาวที่ต้องการแต่งงานด้วยเขาจะวางแผน “ลักพาตัว” เธอไปที่บ้านของเขา เพื่อขอพรจากครอบครัวและสู่ขอแต่งงาน
ในบางเรื่องเล่าโบราณ สร้างประเพณีนี้ให้ฟังดูเหมือนเทพนิยาย แต่ความจริงในปัจจุบัน กลับแตกต่างออกไปอย่างเจ็บปวดและไร้ซึ่งมนุษยธรรม..
การฉุดเจ้าสาว ที่ดำรงอยู่ในโลกยุคใหม่กลายเป็นเครื่องมือของการบังคับ ข่มขู่ และลิดรอนเสรีภาพผู้หญิงอย่างโหดร้าย หญิงสาวนับพันถูกลักพาตัวโดยปราศจากความยินยอม หลายคนสูญเสียอนาคตและบางคนสูญเสียแม้กระทั่งชีวิต..
แม้รัฐบาลคีร์กีซสถานมีความพยายามผ่านกฎหมายเพิ่มโทษ ให้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี สำหรับการลักพาตัวผู้หญิงโดยไม่มีความยินยอมแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงเป็นแค่อักษรบนหน้ากระดาษ…
ในโลกความจริงไร้ซึ่งอำนาจ และประเพณีนี้ยังคงคุกคามหญิงสาวในชนบทห่างไกล เมืองหลวง และในสถานีตำรวจเองก็ตาม..
นี่คือ 2 เรื่องจริงแสนเศร้าของการกระทำที่ได้ชื่อว่าเป็น “ประเพณี..”
______________________________
🌘 สถานีตำรวจไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย
1. บุรูลาย (Burulai Turdaaly Kyzy) เธอเป็นหญิงสาวเรียนเก่ง อ่อนโยนและจิตใจดี เธอเป็นคนที่รักสัตว์มากๆ ตั้งแต่ยังเด็ก เธอเคยช่วยสัตว์ที่บาดเจ็บระหว่างทางกลับบ้านอยู่เสมอ
2. เธอใฝ่ฝันอยากเปิดคลินิกรักษาสัตว์เล็ก ๆ ในหมู่บ้านของเธอเอง เมื่อชีวิตเข้าสู่วัยรุ่นเธอจึงเลือกเรียนต่อในคณะสัตวแพทย์ เพื่อทำตามความฝันของเธอ ในวัย 20 ปี และเธอเองก็มีคนรักอยู่แล้วที่รู้จักกันในอักษรย่อ “N” โดยทั้งคู่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานด้วยกันในอนาคตอันใกล้
3. แต่แล้วโชคชะตาที่โหดร้ายก็ได้เริ่มต้นขึ้น คนร้ายซึ่งทำงานขับรถแท็กซี่มินิบัสใกล้บ้านของเธอ ได้ลักพาตัวเธอไปบังคับเพื่อแต่งงาน โชคดีที่ครอบครัวของเธอสามารถตามตัวได้และยับยั้งการแต่งงานที่ไม่ได้รับความยินยอมได้ทัน ครั้งนั้นเธอจึงรอดจากการแต่งอย่างหวุดหวิด
4. เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บุรูลายหวาดกลัวและย้ายไปอยู่กับป้าในอีกเขตหนึ่งชั่วคราว แต่ด้วยเหตุจำเป็นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2018 เธอกลับมายังหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือแม่ในช่วงเทศกาลรอมฎอน
5. ในเย็นวันนั้น ขณะที่บุรูลายกำลังเดินทางไปที่ร้านค้าในหมู่บ้าน เธอกลับถูกลักพาตัวอีกครั้งโดยผู้ก่อเหตุคนเดิม พ่อของเธอได้พยายามขับรถตามคนร้ายและแจ้งตำรวจไปด้วย โชคดีอีกครั้งที่ตำรวจสามารถจับกุมและนำทั้งคู่มายังสถานีตำรวจในเมืองหลวงได้ในที่สุด
6. ที่สถานีตำรวจควรที่จะเป็นที่ปลอดภัยที่สุดแต่ในครั้งนี้มันกลับตรงกันข้าม เพราะเมื่อตำรวจได้นำตัวทั้งคู่มายังสถานีตำรวจ พวกเขากลับปล่อยให้บุรูลายอยู่กับผู้ร้ายเพียงลำพัง ในห้องสอบสวนโดยไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และไม่มีการป้องกันใดๆ
7. อาจด้วยความเคียดแค้น ความอับอาย หรือใดๆก็ตาม คนร้ายได้หยิบมีดที่แอบไว้ออกมาอย่างช้าๆ และในที่สุด คนร้ายได้เริ่มกระหน่ำแทงเธอในห้องสืบสวน
กว่าที่เสียงร้องขอความช่วยเหลือจะดังถึงหูตำรวจและพ่อของเธอทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว..
8. เธอนอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้อง ร่างของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลของการกระหน่ำแทง อีกทั้งคนร้ายยังใช้มีดสลักอักษร “N” และ “B” พร้อมเครื่องหมายกากบาทลงบนร่างของเธอ
9. ข่าวการเสียชีวิตของ บุรูลาย สร้างความสะเทือนใจไปทั่วคีร์กีซสถาน สังคมต่างตั้งคำถามกับระบบกฎหมายและการทำงานของตำรวจ ส่งผลให้ผู้คนหลายพันออกมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเธอ และผลักดันให้รัฐต้องจริงจังกับการหยุดยั้งประเพณีการฉุดเจ้าสาวที่คร่าชีวิตผู้หญิงไร้ทางสู้
10. สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ละเลยหน้าที่กว่า 20 คนถูกลงโทษ ฆาตกรต้องโทษจำคุกถึง 20 ปี และรัฐบาลประกาศนโยบายเพิ่มความเข้มงวดในการคุ้มครองผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของการลักพาตัว แต่ถึงอย่างนั้น บุรูลาย ก็ไม่มีวันกลับมาอยู่ดี
______________________________
🌘 ลักพาตัวในตอนเวลากลางวัน
11. ไอซาดา (Aizada Kanatbekova) หญิงสาววัย 27 ปี เราไม่มีข้อมูลส่วนตัวของเธอมากนัก แต่กรณีการลักพาตัวของเธอสร้างความสะเทือนขวัญยิ่งกว่ากรณีของ บุรูลาย เสียอีก
12. วันที่ 5 เมษายน 2021 ในช่วงเช้าของวันที่ควรเป็นธรรมดาวันหนึ่ง ขณะไอซาดากำลังเดินอยู่ริมถนนในกรุงบิชเค็ก เมืองหลวงของคีร์กีซ จู่ๆ ได้มีชายสามคนช่วยกันลากตัวไอซาดาขึ้นรถมินิแวนสีขาว ท่ามกลางสายตาของผู้คนและกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้อย่างชัดเจน และเธอต่อสู้ขัดขืนอย่างสุดกำลัง
13. หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวของไอซาดาได้แจ้งความกับตำรวจทันที รวมไปถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์มีการแจ้งตำรวจเช่นกัน
14. อย่างไรก็ตามตำรวจกลับไม่ดำเนินการค้นหาอย่างจริงจังในทันที มีรายงานว่าตำรวจบางคนถึงกับพูดกับครอบครัวของไอซาดาว่า “คุณจะได้เต้นรำในงานแต่งของลูกสาวเร็ว ๆ นี้ และกว่าที่เจ้าหน้าที่จะเริ่มการค้นหาอย่างจริงจัง เวลาก็ล่วงเลยไปหลายชั่วโมงเสียแล้ว..
15. สองวันต่อมา คนเลี้ยงแกะไปพบรถมินิแวนสีขาวที่จับตัวเธอไปจอดอยู่ในทุ่งหญ้านอกเมืองกรุงบิชเค็ก เขารีบแจ้งตำรวจในเข้ามาตรวจสอบในทันที การตรวจสอบภายในรถคนดังกล่าวพบร่างไร้วิญญานของไอซาดาและชายผู้ต้องสงสัย เธอรายงานระบุว่าไอซาดาถูกฆาตกรรมด้วยการรัดคอและชายผู้ต้องสงสัยฆ่าตัวตายด้วยการแทงตัวเองจนเสียชีวิต
16. รายงานระบุว่าครอบครัวของไอซาดารู้จักผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตอยู่แล้ว และเคยได้บอกเขาไปแล้วว่าอย่ายุ่งกับเธอก่อนเกิดเหตุโศกนาฏกรรม
ในส่วนชาย 3 คนที่ก่อเหตุลักพาตัวเธอ ถูกจับกุมตัวได้ในภายหลังตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ของรัฐ
17. การเสียชีวิตของทั้ง ไอซาดา และ ผู้ก่อเหตุ ยังไม่สามารถทราบแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆ่าตัวตายของคนร้ายได้ แต่อาจด้วยเหตุผลเช่น ความรู้สึกผิด ความกลัว ความสิ้นหวัง หรืออาการทางจิตเวช ที่ทำให้ผู้ก่อเหตุเลือกจบชีวิตตัวเองเช่นนี้
18. เรื่องของเธอก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจในสังคมคีร์กีซสถานอย่างมาก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยหน้าที่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ ทั้งที่หลักฐานในกล้องวงจรเป็นเห็นรถและป้ายทะเบียนชัดเจนมากๆ แต่กลับล้มเหลวในการติดตามตัวเธอจนกระทั่งพบร่างอันไร้วิญญานใน 2 วันต่อมา
19. ผู้คนกว่า 500 คนออกมาประท้วงพร้อมชูภาพของทั้ง บุรูลาย และ ไอซาดา ในทันทีเพื่อเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องทั้ง ตำรวจ และ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ลาออก เพราะเหตุการณ์ฉุดเจ้าสาวที่เกิดขึ้นยังกลายเป็นฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนผู้หญิงคีร์กีซสถานอย่างไม่จบสิ้น แม้กฎหมายจะถูกบังคับใช้ ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถยุติโศกนาฏกรรมเช่นนี้ได้
20. สุดท้ายเรื่องก็จบคล้ายลักษณะเดิม ผู้ต้องหารวมไปถึงตำรวจที่เกี่ยวข้องถูกลงโทษ มีการประนามประเพณีนี้จากประธานาธิบดี และเรื่องก็จบลง..
______________________________
🌘 ผลักดัน สร้างการรับรู้และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
21. กระแสความไม่พอใจต่อ “ประเพณีฉุดเจ้าสาว” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในคีร์กีซสถานเท่านั้น แต่ยังส่งแรงสะเทือนไปยังเวทีระหว่างประเทศ องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน เช่น UN Women, Human Rights Watch, รวมถึงสื่อระดับโลกต่างหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมารายงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างจริงจัง
นอกจากการเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด องค์กรเหล่านี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ เปลี่ยนค่านิยมทางวัฒนธรรม ผ่านการศึกษา การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิง และการผลักดันให้มีบทบาทของผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรมเพิ่มขึ้น
22. เนื่องจากประเพณีลักษณะเดียวกับการฉุดเจ้าสาว ไม่ได้มีเพียงในคีร์กีซสถานเท่านั้นแต่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ภูมิภาคของเราก็ตาม
23. แม้รัฐบาลในหลายประเทศ มีความพยายามในการปราบปรามหรือออกมาตราการใดๆแล้วก็ตาม แต่การฉุดเจ้าสาวนี้ยังคงหลงเหลืออยู่และเป็น “ความจริง” ที่สังคมต้องร่วมผลักดันว่าความเชื่อโบราณนี้เป็นสิ่งที่ผิด
24. สิ่งที่ผู้เขียนอยากย้ำคือ “การไม่เหมารวม” ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ ผู้คนในคีร์กีซสถานส่วนใหญ่ต่างเจ็บปวดกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แม้เราทุกคนอาจเปลี่ยนค่านิยมผู้คนบนโลกไม่ได้ในวันเดียว
แต่เราเลือกได้ว่า จะหลับตาหรือจะเปิดปากพูดแทนผู้ที่ไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว เพื่อให้เรื่องราวของพวกเธอไม่ใช่แค่แสงเทียนที่มอดดับลงอย่างไม่มีความหมายใดๆ
#TWCSummary #TWCKyrgyzstan #TWC_Salmon
0 Comment