***มีสปอยนิดหน่อย***
หากใครที่ได้ดูหนัง The Odyssey แล้ว คงสงสัยว่า “ชาวทะเล” ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆคือใครกันแน่?
แท้จริงแล้ว กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าชาวทะเลไม่ได้อยู่ในบทประพันธ์ดั้งเดิมของโฮเมอร์ หากแต่เป็นชนกลุ่มปริศนาที่มีบทบาทจริงในหน้าประวัติศาสตร์โลกโบราณ!!
ย้อนกลับไปในช่วง 1200 ปีก่อนคริสตกาล โลกโบราณในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกคือยุคทองแห่งความรุ่งเรือง มหาอำนาจอย่างฮิตไทต์ (Hittites), ไมซีเนียน (Mycenaeans), และอียิปต์โบราณ ต่างค้าขายและสร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่
ชาวไมซีเนียนผู้รุ่งเรืองในยุคนั้น มีระบบตัวเขียนและภาษาเป็นของตัวเองที่เรียกว่า “อักษรลิเนียร์ บี” ซึ่งเป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดของภาษากรีก สะท้อนถึงระบบบริหารราชการ การค้า และอารยธรรมอันซับซ้อนของพวกเขา
แต่แล้วภายในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ อารยธรรมเหล่านั้นกลับพังทลายลงพร้อมกันอย่างเป็นปริศนา จนเหลือเพียงอารยธรรมอียิปต์ และเมโสโปเตเมียเท่านั้นที่เหลือรอดแต่ก็อ่อนแอลงอย่างมาก ปรากฏการณ์นี้ประวัติศาสตร์เรียกว่า “การล่มสลายของยุคปลายสำริด”
เมื่อเข้าสู่ยุคเหล็ก มหากาพย์ Iliad และ The Odyssey ก็ได้ถูกประพันธ์ขึ้นโดย โฮเมอร์ กวีตาบอดชาวกรีก แม้จะเป็นเพียงบทประพันธ์ ซึ่งหน้าฉากเป็นเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์ แต่มันก็ได้สะท้อนภาพการล่มสลายในยุคปลายสำริดเอาไว้ ผ่านเรื่องราวสงครามแห่งทรอย…
และร่องรอยการล่มสลายนี้เองที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน นำมาใช้ตีความใหม่ เพื่อเชื่อมโยงมหากาพย์ The Odyssey เข้ากับประวัติศาสตร์จริงของมนุษยชาติ…
::: ::: ::: ::: ::: :::
– เมืองทรอยจุดเริ่มต้นแห่งความล่มสลาย
เมืองทรอยเป็นหนึ่งในเมืองยุคสำริด และ “มีอยู่จริง” (แต่ไม่รู้ว่าเขาเรียกตัวเองว่าเมืองทรอยไหม) โดยปัจจุบันซากเมืองโบราณแห่งนี้ถูกค้นพบที่เนินเขาฮิซาร์ลิก (Hisarlik) ในประเทศตุรกี ซึ่งตรงกับคำบรรยายฉากการรบในมหากาพย์ Iliad ของโฮเมอร์และเอกสารโบราณ
ในยุคสำริด ทรอยถือเป็นเมืองท่าที่มีชัยภูมิทางยุทธศาสตร์ที่ดีมาก เพราะตั้งอยู่บริเวณช่องแคบที่เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย เรือสินค้าทุกลำที่จะเดินทางผ่านเข้าสู่ทะเลดำเพื่อไปแลกเปลี่ยนวัตถุดิบสำคัญอย่าง ดีบุก (เพื่อนำไปทำสำริด), ทองคำ, ไม้หอม และผืนผ้า จำเป็นต้องจอดพักเรือรอคอยกระแสน้ำและลมที่เมืองนี้ รวมทั้งยังมีเส้นทางการค้าเชื่อมถึงเมโสโปเตเมีย (ซึ่งต่อมาเส้นทางนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม) ทรอยจึงมั่งคั่งจากภาษีมหาศาล จนกลายเป็นเมืองปราการที่รวยติดอันดับโลกโบราณ
หากมองผ่านหลักฐานจารึกโบราณของจักรวรรดิฮิตไทต์ สงครามทรอยแท้จริงคือการปะทะกันระหว่างอาณาจักรอาฮิยาวา (ชาวกรีกไมซีเนียน) ซึ่งเป็นพวกที่รบเก่ง กับ กลุ่มพันธมิตรอัสซูวา ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของบรรดาเมืองท่าทางตอนเหนือของตุรกีโบราณ ที่มีความมั่งคั่งและอารยธรรมสูงส่ง โดยมีเมืองทรอยเป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญ
ศึกครั้งนี้ดำเนินไปอย่างยืดเยื้อ ทรอยต้องเผชิญทั้งการบุกตีจากกษัตริย์ฮิตไทต์และการรุกรานอย่างหนักหน่วงจากฝั่งกรีก จนในที่สุดเมืองทรอยก็ถูกพวกกรีกตีแตกและเผาทำลายจนล่มสลายลง
ทว่าชัยชนะของฝ่ายกรีกกลับต้องแลกมาด้วยราคาที่แพงมหาศาล สงครามอันยาวนานได้ผลาญทั้งทรัพยากรและกำลังคนของอารยธรรมไมซีเนียนจนหมดสิ้น
เหล่าขุนศึกและทหารกรีกที่รอดชีวิตกลับต้องพบความจริงอันโหดร้ายว่าบ้านเมืองของพวกตนพังทลายและทรุดโทรมเกินกว่าจะกอบกู้ เกิดความวุ่นวายภายในจนไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว
นักประวัติศาสตร์ยุคใหม่จึงมองว่า แม่ทัพและนักรบกรีกผู้กลายเป็นคนไร้บ้านเหล่านี้นี่เอง ที่ผันตัวไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มปริศนาในประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า “ชาวทะเล” โดยพวกเขากลายสภาพเป็นโจรสลัดเร่ร่อนทางเรือ ออกปล้นสะดมเมืองชายฝั่งและกระจายกำลังอพยพไปทั่วเมดิเตอร์เรเนียน
ในเวลาเดียวกัน โลกโบราณยังต้องเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง สภาวะอดอยาก แผ่นดินไหวซ้ำซ้อน และโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาค วิกฤตรอบด้านนี้เองที่เข้าทำลายจักรวรรดิฮิตไทต์ในอนาโตเลีย ตลอดจนศูนย์กลางอารยธรรมไมซีเนียนบนแผ่นดินใหญ่กรีกจนล่มสลายลง ระบบการค้า โครงสร้างสังคม และตัวเขียนอย่างอักษรลิเนียร์ บี จึงสูญหาย จนโลกแถบเมดิเตอร์เรเนียนเข้าสู่ “ยุคมืด” ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า “การล่มสลายแห่งยุคปลายสำริด” ซึ่งกินเวลายาวนานกว่า 400 ปี ก่อนจะถึงยุคของโฮเมอร์
ประเด็นเรื่องชาวทะเลนี้ แม้ในมหากาพย์ดั้งเดิมของโฮเมอร์จะไม่ได้พูดถึงคำนี้ แต่ภาพของเหล่านักรบที่ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนทางเรือก็สะท้อนเค้าลางความพังทลายในยุคนั้นไว้แล้ว
ซึ่งประเด็นนี้ถูกนำมาตีความอย่างแยบยลยิ่งขึ้นใน The Odyssey ฉบับภาพยนตร์โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน ผ่านตัวละครโอดิสซุสที่มักกล่าวถึง “กฎของซุส” หรือจริยธรรมศักดิ์สิทธิ์ว่าด้วยการต้อนรับและการเป็นแขกที่ดี ทว่าโอดิสซุสกลับเป็นผู้แหกกฎนั้นเสียเองด้วยกลอุบาย “ม้าไม้เมืองทรอย” แสร้งทำเป็นส่งของขวัญจากเทพเจ้าเพื่อลอบเข้าทำลายเมืองจากภายใน
การละเมิดจริยธรรมสงครามครั้งนี้จึงนำมาซึ่งความพิโรธของเทพซุส และนำไปสู่ตลกร้ายเมื่อโอดิสซุสไม่ได้กลับบ้านอย่างทรงเกียรติ แต่ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนในทะเล เป็นการร้อยเชื่อมมหากาพย์โบราณ เข้ากับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เรื่อง “ชาวทะเล” ได้สมกับเป็นเสด็จพ่อโนแลนสุดๆ
ปล. The Wild Chronicles จะมีทัวร์ตามรอย The Odyssey ผจญภัยสู่เมืองทรอยที่ล่มสลาย 13-20 ก.พ. ปี 2027 ด้วย!! ท่านใดที่สนใจสามารถทัก Line Oa ของเราแล้วพิมพ์ “สนใจทัวร์โอดิสซี” ได้เลยนะครับ
#TWCHistory #TWCGreek #TWCTurkey #TWC_Salmon
0 Comment