จากข่าวที่คุณกิมย้งยอดนักเขียนนิยายกำลังภายในได้จากไป ผมในฐานะแฟนที่อ่านหนังสือของเขามาตั้งแต่เด็ก อยากขอไว้อาลัยในแบบของคนชอบประวัติศาสตร์และวรรณคดี โดยจะเล่าเรื่องของ “พรรคกระยาจก” นะครับ

กิมย้ง ชื่อจริงว่า จาเลี้ยงย้ง เป็นคนศึกษาประวัติศาสตร์ และวรรณคดีโบราณเขามักใส่แง่มุมต่างๆ ของเรื่องเหล่านี้ลงในงานเขียนกำลังภายในของเขาเสมอ

หนึ่งในสิ่งที่กิมย้งมอบให้แก่โลกนิยายกำลังภายในคือ “พรรคกระยาจก” เขาได้สร้างเรื่องราวของกลุ่มชาวยุทธที่ประกอบอาชีพขอทาน รักคุณธรรม ชอบชีวิตอิสระ

พรรคกระยาจกมียอดวิชาได้แก่ไม้เท้าตีสุนัข และสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร ศิษย์ในพรรคแบ่งลำดับด้วยจำนวนกระสอบที่พก มีตั้งแต่ยาจกหนึ่งกระสอบถึงยาจกเก้ากระสอบ เรื่องเหล่านี้มีอิทธิพลต่อนิยายกำลังภายในในชั้นหลังเป็นอย่างมาก

แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า “พรรคกระยาจก” อาจไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่มาจากประวัติศาสตร์จริง…

ผมจะขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับนิทานงิ้วสมัยราชวงศ์หมิง ชื่อ “จินอวี้หนูทุบตีสามี”

เรื่องกล่าวถึงครอบครัวตระกูลจินแห่งเมืองหางโจว หัวหน้าครอบครัวชื่อจินสงเป็น “อ๋องของเหล่าขอทาน” หรือพูดง่ายๆ ว่า “หัวหน้าพรรคกระยาจก” ขอทานทุกคนในเมืองจะส่งรายได้ส่วนหนึ่งแก่เขา เพื่อแลกกับสวัสดิการ และการดูแลจากพรรค

ในลักษณะนี้จินสงจึงมีฐานะร่ำรวย งานที่ทำก็เป็นงานบริหาร ไม่ใช่ต้องขอทานเอง ความเป็นอยู่เหมือนเศรษฐีคนหนึ่ง

จินสงมีบุตรสาวชื่อจินอวี้หนู นางหน้าตางดงาม สติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความสามารถในการแต่งกลอนกวี ทั้งยังแตกฉานในการเล่นขิม และขลุ่ย พรั่งพร้อมด้วยมารยาทกุลสตรี

สเปคของอวี้หนูคือชอบผู้ชายมีความรู้ จินสงก็พยายามหาแฟนบัณฑิตให้ลูก แต่หาไม่ได้เพราะครอบครัวบัณฑิตในเมืองรังเกียจว่าเขาประกอบอาชีพขอทาน

…ตามปกติผู้หญิงจีนเวลานั้นมักแต่งงานตั้งแต่อายุสิบห้า อวี้หนูครองตัวเป็นโสดมาจนอายุสิบแปด เริ่มรู้สึกเปล่าเปลี่ยว

วันหนึ่งมีบัณฑิตชื่อม่อจี๋จะเดินทางไปสอบที่เมืองหลวง แต่เงินหมด หาข้าวกินมิได้ เร่ร่อนมาหิวสลบอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลจิน ได้อวี้หนูช่วยเหลือเอาข้าวให้ พอนางทราบว่าเขาเป็นบัณฑิตก็หลงรัก

จินสงคุยกับลูกสาวแล้วก็เลยเป็นธุระพ่อสื่อให้ เขาไปบอกม่อจี๋ว่านังหนูมันแอบชอบอยู่นะ คุณสนใจลูกสาวผมไหม ม่อจี๋เห็นนางงดงามก็ตอบรับ จินสงจึงจัดงานแต่งงานให้ทั้งสองอย่างใหญ่โต อวี้หนูดีใจได้แฟนบัณฑิต ส่วนม่อจี๋อดอยากมานาน อยู่ดีๆ ได้แฟนทั้งสวยทั้งรวย ต่างจึงแฮปปี้ๆ

พวกขอทานที่มาร่วมงาน กินดื่มมูมมานค่อนข้างกักขฬะ ทำให้ม่อจี๋เกิด bad impression

อวี้หนูรู้สึกผิดต่อสามีก็พยายามปรนนิบัติเอาใจ ช่วยเหลือม่อจี๋ในการติวสอบจอหงวน นางหวังว่าหากสามีได้เป็นขุนนางจะสามารถลบปมด้อยของครอบครัว ให้พ่อนางได้เชิดหน้าชูตา

ม่อจี๋อาศัยทุนทรัพย์จินสง เก็บตัวติวสอบอยู่หลายเดือน ในที่สุดก็สามารถสอบผ่าน แม้ไม่ได้จอหงวน เป็นแค่ขุนนางระดับล่างๆ แต่ก็ถือว่าเป็นขุนนางนั่นแหละ ความสำเร็จนี้ทำให้ทุกคนดีใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่ตอนที่ม่อจี๋ไปงานเลี้ยงของพวกบัณฑิตนั้น คนทราบว่าพ่อตาเขาประกอบอาชีพประธานสหภาพขอทานต่างก็พากันหัวเราะเยาะเย้ย ทำให้ม่อจี๋เครียดมาก กลับบ้านไม่พูดไม่จา อวี้หนูพลอยกังวล ไม่ทราบสามีเป็นอะไร

ขณะนั่งเรือไปรับตำแหน่งที่เจียงซี ม่อจี๋คิดทบทวนว่าอาชีพของจินสงมีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์เขาแย่ลง

…ด้วยฐานะขุนนาง ไปถึงเจียงซีคงมีผู้หญิงโปรไฟล์เจ๋งๆ มาสนใจเขาอีกมาก…

ด้วยเหตุนี้ม่อจี๋จึงเรียกอวี้หนูออกมานอกเรือ แล้วผลักตกน้ำ …โอววว

ม่อจี๋รีบให้คนเรือเร่งพายจากไป อวี้หนูก็ป๋อมแป๋มๆ จะจมน้ำตาย …ขณะนั้นเองมีเรือของนายอำเภอและภรรยาพายผ่านมา

พวกนายอำเภอช่วยชีวิตอวี้หนูขึ้นมาสำเร็จ พอทราบเรื่องราวของนางทุกคนต่างก็โมโหแทน

ไม่รู้เป็นคราวซวยของม่อจี๋หรือไร ตำแหน่ง “ขุนนาง” ที่เขาไปรับนั้น เผอิญเป็นเสมียนอยู่ในจวนของนายอำเภอคนนี้แหละ นายอำเภอเลยบอกว่า “เดี๋ยวจัดการให้!”

ต่อมาม่อจี๋มารับตำแหน่ง บอกทุกคนว่าภรรยาพลัดตกน้ำตายระหว่างทาง เสียใจมากเลยนะนี่ นายอำเภอชวนม่อจี๋กินข้าว บอกเขาอย่าเสียใจไปเลย

“ลูกสาวบุญธรรมของผมแอบเห็นความหล่อของคุณ จึงหลงรัก คุณว่าอย่างไร?” นายอำเภอถาม
“เอาครับเอา!” ม่อจี๋ตอบโดยยังไม่ต้องเห็นหน้าฝ่ายหญิงด้วยซ้ำ

นายอำเภอจึงจัดงานแต่งงานขึ้น ตามธรรมเนียมจีนเจ้าบ่าวจะไม่เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก่อนขึ้นเตียง ม่อจี๋เดินทางไปห้องนอนก็ลุ้นๆ อยู่

หารู้ไม่ว่านายอำเภอจัดหน่วยสาวใช้ squad รอต้อนรับอยู่แล้ว

พอม่อจี๋มาถึงทุกคนก็รุมตี!

ม่อจี๋ถามว่าตีทำไม ก็เป็นฉากเปิดตัวจินอวี้หนู ผ่าง! ผ่าง! นางด่าๆๆ สามีอย่างเมามันส์

ด่าเสร็จรุมตีอีกรอบ! อวี้หนูมาร่วมกระทืบด้วย!

เอาให้มันเละ! ด้วยกระบวนท่าไม้เท้าตีสุนัข โดยคุณหนูแห่งพรรคกระยาจก!

ม่อจี๋บอก ป๋มผิดไปแย้วคับ ไว้ชีวิตด้วยเถิด…

ทุกคนมาด่า เมียนายอำเภอมาด่า

นายอำเภอก็มาด่า แต่ด่าไปด่ามาอวี้หนูเริ่มสงสาร เพราะจริงๆ ยังรักอยู่

นายอำเภอบอกยังรักลงอีกเรอะ!? …แต่ความรักเป็นของไร้เหตุผล ม่อจี๋สำนักผิดก็ขอโทษขอโพยภรรยา บอกว่าป๋มสมควรตาย

นายอำเภอเห็นอวี้หนูยังรักมั่นก็จนใจ จึงให้โอวาทม่อจี๋ชุดใหญ่ แล้วบอกว่าต้องดูแลเมียดีๆ ไม่งั้นเอ็งโดน

ในลักษณะนี้ม่อจี๋จึงกลับมาอยู่กินกับอวี้หนู ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของนายอำเภอ แบบนี้ถือว่าแฮปปี้เอ็นดิ้งหรือเปล่าก็ไม่รู้สินะ

เรื่องของจินอวี้หนู เป็นเรื่องแรกๆ ที่กล่าวถึงพรรคกระยาจก

หลังจากนั้นในยุคราชวงศ์ชิงมีการกล่าวถึงอีกในตำนานสิบพยัคฆ์กวางตุ้ง โดยหนึ่งในสิบพยัคฆ์มีชื่อว่ายาจกซู เป็นขอทานใช้วิชาหมัดเมา

เรื่องราวพรรคกระยาจกของกิมย้งแม้คล้ายแต่งขึ้นใหม่ แต่เมื่อสืบสาวต่อ กลับพบว่ามีพื้นฐานจากสมาคมขอทานที่อาจมีจริงในประวัติศาสตร์ หากมิใช่ผู้สนใจเช่นเขาก็อาจเขียนออกมามิได้เช่นนี้

ได้อ่านงานของเขาช่วยเปิดหูเปิดตาให้ผมมีความสนใจในวัฒนธรรมจีน จนต่อยอดเป็นตัวตนของผมในเวลาต่อๆ มา

การจากไปของคุณกิมย้งทำให้ผมเศร้าเสียใจยิ่ง แต่อีกทางหนึ่งก็นิยมว่าเขาได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้วเช่นกัน ขอให้คุณกิ้มย้งมีความสุขอยู่บนสวรรค์ของเหล่าจอมยุทธนะครับ…