หากเอ่ยถึงสุภาพสตรีชาวอิหร่าน (Iran) สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นมาในหัวคงเป็น ภาพหญิงสาวในผ้าคลุม “ชาดอร์” (Chador) สีดำที่ปกปิดเรือนร่างไว้อย่างมิดชิด เนื่องจากภายใต้กฎหมายชารีอะห์เกี่ยวกับการแต่งกายของผู้หญิงอิหร่าน ณ ขณะนี้ กำหนดโทษไว้หากพวกเธอต้องสวมใส่ผ้าคลุมศีรษะและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไม่รัดรูป ประกอบกับเชื่อกันว่า สีดำเป็นสื่อที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของนิกายชีอะห์ (Shia) และวัฒนธรรมของที่นี่
แล้วทำไม ผู้หญิงในเมืองวาร์ซาเนห์ (Varzaneh) ถึงสวมชาดอร์สีขาว?
เป็นข้อถกเถียงกันว่า อาจเป็นเพราะอาชีพหลักของประชากรที่เมืองวาร์ซาเนห์คือการเพาะปลูกฝ้าย จึงทำให้ชาดอร์สีขาวที่ถูกทอขึ้นจากผ้าฝ้าย มีราคาย่อมเยากว่าเนื้อผ้าประเภทอื่น…
หรืออาจเป็นเพราะเมืองวาร์ซาเนห์ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่แห้งแล้ง และหากขยับออกไปไม่ไกลก็จะเจอกับทะเลทรายวาร์ซาเนห์ (Varzaneh Desert) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอิหร่าน ฉะนั้น หากพวกเธอสวมชาดอร์สีดำคงมิอาจต้านทานไอแดดอันร้อนระอุได้เป็นแน่…
หรืออาจเป็นเพราะพื้นที่แห่งนี้แต่เดิมเคยนับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrianism) มาก่อนจะมีการเข้ามาของศาสนาอิสลาม โดยสันนิษฐานจากโบราณสถานบางแห่งที่ตั้งอยู่ในเมืองวาร์ซาเนห์และละแวกใกล้เคียง นอกจากนั้นภาษาถิ่นของชาวเมืองยังใช้ภาษาเปอร์เซียกลางของชาวโซโรอัสเตอร์ (Zoroaster) ในอิหร่านยุคซาซาเนียน (Sasanian) เช่นเดียวกับชาวโซโรอัสเตอร์ในเมืองยาซด์ (Yazd) …ซึ่งชุดประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวโซโรอัสเตอร์ดั้งเดิมล้วนเจือสีขาวทั้งชายและหญิง นี่อาจเป็นอิทธิพลของโซโรอัสเตอร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้
ถึงแม้ชาดอร์สีขาวจะเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของสตรีชาววาร์ซาเนห์ ทว่าวัฒนธรรมการแต่งกายรูปแบบนี้กำลังถูกสั่นคลอนจากค่านิยมการของเด็กสาวยุคใหม่ที่หันมาสวมใส่ชาดอร์รูปแบบอื่นที่สวมใส่สบายและสมัยนิยมกว่าผ้าฝ้ายสีขาวแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ดี ภาพของเหล่าสุภาพสตรีชาววาร์ซาเนห์รวมตัวกันสวมใส่ผ้าชาดอร์สีขาวในวันที่ 27 กันยายนของทุกปีที่เป็นวันท่องเที่ยวโลกตามปฏิทินสากล พร้อมกับมองของขวัญให้แก่เหล่าเด็กหญิงที่ยังคงธรรมเนียมปฏิบัตินี้ไว้ เพื่อเป็นกำลังใจและหวังให้เมืองวาร์ซาเนห์ยังคงฉายา “เมืองสีขาวที่สุดในอิหร่าน” เอาไว้ตราบนานเท่านาน
ดูรูปกลุ่มผู้หญิงอิหร่านในผ้าคลุมสีขาว เดินเคียงกับผู้หญิงในผ้าคลุมสีดำที่เราต่างคุ้นเคยได้ในคอมเมนต์
0 Comment